วิธีแพ็คสินค้าเพื่อส่งของให้ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย

แม้ว่าปัจจุบันเรามีผู้ให้บริการส่งของ ที่เป็นบริษัทเอกชนมากขึ้น มีการมารับสินค้าหรือสิ่งของจากเราไปส่งให้กับผู้รับปลายทางถึงหน้าบ้านเรา แต่นั่นไม่ได้เป็นการรับรองว่าของที่เราฝากบริการส่งของไปนั้นจะได้รับความปลอดภัย และคงสภาพอยู่ได้โดยไม่เสียหาย วิธีที่เราจะมั่นใจได้คือการบรรจุสิ่งของให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการป้องกันพัสดุให้ส่งถึงปลายทางอย่างปลอดภัย วันนี้เรามีวิธีการห่อพัสดุ รวมทั้งมาฝากกัน ใครจะส่งของอะไรลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ได้

การส่งของจะถึงมือผู้รับสภาพอย่างไร ขึ้นอยู่กับการแพ็คของต้นทาง

การห่อพัสดุเพื่อฝากส่งกับผู้ให้บริการส่งของ หรือ ผู้บริการขนส่งสินค้า สามารถนำหลักการนี้ไปใช้ได้ กล่าวคือ การส่งพัสดุแต่ละครั้ง ผู้ส่งพัสดุ ควรเลือกกล่องที่มีขนาดเหมาะสมกับพัสดุที่ต้องการจัดส่ง โดยให้นำพัสดุที่ต้องการจัดส่งมาห่อด้วยพลาสติกกันกระแทกอีกครั้ง เพื่อป้องกันมิให้พัสดุที่ต้องการจัดส่งได้รับความเสียหาย หลังจากนั้น ให้นำพัสดุที่ห่อด้วยพลาสติกกันกระแทกเรียบร้อยแล้ว ใส่ลงไปในกล่อง

ทั้งนี้ หากพัสดุที่ต้องการจัดส่งมีความเปราะบาง และขนาดเล็กกว่ากล่อง ให้นำกระดาษ พลาสติกกันกระแทก หรือวัสดุอย่างอื่นมาใส่ให้เต็มกล่อง เพื่อยึดพัสดุของเราให้อยู่กับที่  จากนั้นให้ตรวจสอบการจัดวางพัสดุในกล่องอีกครั้ง หากพบว่า เรียบร้อยดีแล้ว ให้ดำเนินการปิดกล่อง ด้วยเทปกาวตามจุดต่าง ๆ ที่อยู่รอบกล่อง

ที่สำคัญเมื่อบรรจุสิ่งของแล้ว ให้กรอกชื่อที่อยู่ผู้ที่เราต้องการจัดส่งพัสดุไปให้ รวมถึงที่อยู่ของผู้จัดส่งพัสดุ เพราะหากจัดส่งพัสดุไปแล้ว ไม่มีผู้รับ พัสดุดังกล่าวจะได้ถูกส่งกลับมาที่เราอีกครั้ง หลังจากการนั้น ทำการมัดเชือกที่รอบกล่องให้เรียบร้อย ก่อนดำเนินการจัดส่งพัสดุ

สำหรับการจัดส่งพัสดุประเภทรูปภาพ และแผ่นโปสเตอร์  ให้แปะเทปบนวัสดุแข็ง อาทิ ไม้อัด พลาสติก หรือแผ่นไฟเบอร์บอร์ด เพื่อป้องกันการพับ หรือการกดทับจนเป็นเหตุให้รูปภาพ หรือแผ่นโปสเตอร์เสียหาย นอกจากนี้ ยังอาจใช้วิธีการวางภาพ หรือรูปโปสเตอร์บนแผ่นลูกฟู และติดเทปก็ได้ วิธีนี้จะทำให้แผ่นโปสเตอร์ไม่หักงอ

ส่วนการจัดส่งพัสดุประเภทสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ หรือ แผ่นพับ  ให้ห่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องการจัดส่งให้เป็นชิ้นเดียวกันก่อน หลังจากนั้น ให้ห่อด้วยพลาสติกกันกระแทกอีกครั้ง ก่อนนำไปบรรจุในกล่องพัสดุ

การส่งของที่มีความเสี่ยงว่าจะแตกให้ให้อุปกรณ์กันกระแทกที่รองรับแรงกดทับได้ ใช้กล่องที่มีความแข็งแรง และปิดกล่องด้วยอุปกรณ์ที่แน่นหนา ควรติดป้าย FRAGILE สำหรับพัสดุที่มีความเสี่ยงเพื่อให้ผู้บริการส่งของเพิ่มความระวัง  จะได้รู้ว่าห้ามโยนโดยเด็ดขาด

อีกประการหนึ่ง ผู้ส่งต้องรู้ว่าสินค้าใดบ้างที่เป็น วัตถุหรือสิ่งของต้องห้ามที่ บริการส่งของ ไม่รับส่ง อาทิ วัตถุมีคมที่ไม่มีเครื่องหุ้มห่อป้องกัน อาทิ มีด เลื่อย  วัตถุระเบิด อุปกรณ์ระเบิดที่มีแรง และไม่มีแรงระเบิด ปลอกกระสุน หรือสิ่งคล้ายคลึง  วัตถุไวไฟ ก็ต้องไม่ส่งสิ่งของเหล่านั้น